<%@ Page Language="VB" ContentType="text/html" ResponseEncoding="windows-874" %> RTAF Museum
ยินดีต้อนรับ, เปิดทำการ ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น, ทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์), โทร.๐ ๒๕๓๔ ๑๘๕๓
ไปอย่างไร
ไปดูอะไร
เรียนรู้อะไร
ไปซื้ออะไร
ไปกินที่ไหน

 

 
 
 
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖ (บ.ข.๑๖)
F-84G Thunderjet
(พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๐๖)
เครื่องบินขับไล่ไอพ่นรุ่นแรก
 

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖ (F-84G Thunderjet) เป็นเครื่องบินเจ็ตขับไล่แบบแรกของไทย กองทัพอากาศ
ได้รับมอบเครื่องบินเจ็ตขับไล่แบบ เอฟ-๘๔ "ธันเดอร์เจ็ต" จำนวนหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อปลายปี ๒๔๙๙ เป็นเครื่องบินประเภทขับไล่-ทิ้งระเบิด มีระบบความปลอดภัยสูง เมื่อเกิดฉุกเฉิน
สามารถดีดที่นั่งให้หลุดจากเครื่องบินได้ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอุปกรณ์สำหรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
ได้ด้วย

ประจำการในกองบินน้อยที่ ๑ และกองบินน้อยที่ ๔

บทบาทของเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖

๑. เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาภาคแปซิฟิกได้ทำการประลองอาวุธเครื่องบินขับไล่ระหว่าง
กองทัพอากาศของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ซึ่งกองทัพอากาศไทย ส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖ เข้าร่วม
ประลองอาวุธในครั้งนี้ด้วย
๒. พ.ศ.๒๕๐๓ กองทัพอากาศไทย ส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๖ไปร่วมการแข่งขันยิงปืนทิ้งระเบิด
ที่ประเทศฟิลิปปินส์

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์
กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักรวมสูงสุด
อัตราเร็วสูงสุด
เพดานบิน
พิสัยบิน
อาวุธ

ประจำการ

เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
บริษัท รีพับลิก เอวิเอชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา
เทอร์โบเจ็ต แบบอัลลิสัน เจ-๓๕-เอ-๒๙แรงขับ ๕,๖๐๐ ปอนด์ ๑ เครื่อง
๓๖ ฟุต ๕ นิ้ว
๓๘ ฟุต ๑ น้ว
๑๒ ฟุต ๗ นิ้ว
๒๓,๕๒๕ ปอนด์
๖๒๒ ไมล์/ชม.
๔๐,๕๐๐ ฟุต
๒,๐๐๐ ไมล์
ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๕๐ นิ้ว คาลิเบอร์ ๖ กระบอก (ติดที่หัว ๔ กระบอก และปีกข้างละ
๑ กระบอก) ติดจรวดหรือระเบิดขนาดและชนิดต่าง ๆ รวมน้ำหนัก ๔,๐๐๐ปอนด์
พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๐๖

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เหลือเครื่องเดียวในโลก (คอร์แซร์)

เหลือเครื่องเดียวในโลก (ฮอว์ค ๓)

เหลือสองเครื่องในโลก (ตาชิกาวา)

คนไทยออกแบบและสร้าง (บริพัตร)

 

 
 
 
 
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ (บ.ข.๑๗)
F-86F Sabrejet
(พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๑๕)
 
ในปี พ.ศ.๒๕๐๓ กองทัพอากาศ ได้รับเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ (F-86F) จำนวนหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด
ติดจรวดอากาศสู่อากาศ ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดแบบหนึ่งในประวัติศาสตร์การบินและการทหาร โดยสามารถพิชิตเครื่องบินมิก-๑๕ ในอัตราส่วนถึง
๑๔ ต่อ ๑ กรณีสงครามเกาหลี เคยประจำการในกองบิน ๑ และกองบิน ๔

ประจำการในกองทัพอากาศ : พ.ศ.๒๕๐๔ – ๒๕๑๕

ภารกิจและบทบาทของเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗

๑. ทำหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศ และสนับสนุนกำลังทางพื้นดินและทางทะเล
๒. กองทัพอากาศ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ ไปประลองการยิงปืนและทิ้งระเบิด (Flying Brothers) ที่กองทัพอากาศสหรัฐ ฯ และกองทัพอากาศ
ได้จัดให้มีการประลองที่ฐานทัพอากาศคล้าค ประเทศฟิลิปปินส์ ครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ และครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๐๖
 
ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์
กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักรวมสูงสุด
อัตราเร็วสูงสุด
อัตราไต่
พิสัยบิน
เพดานบิน
อาวุธ

เครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิด ๑ ที่นั่ง
บริษัท นอร์ทอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เทอร์โบเจ็ตเยเนอราล อิเล็กตริก แบบไหลตามแกน J47-GE-27 ให้แรงขับ๕,๙๑๐ ปอนด์ จำนวน ๑ เครื่อง
๓๗ ฟุต ๑ นิ้ว
๓๗ ฟุต ๖ นิ้ว
๑๔ ฟุต ๘ นิ้ว
๑๗,๐๐๐ ปอนด์
๖๑๐ ไมล์/ชม. ที่ความสูง ๓๕,๐๐๐ ฟุต
๙,๒๐๐ ฟุต/นาที
๕๐,๐๐๐ ฟุต
๗๘๕ ไมล์ (เมื่อใช้ถังเชื้อเพลิงปลดทิ้งได้ขนาด ๑๒๐ แกลลอน ๒ ถัง)
ปืนกลอากาศ แบบ เอ็ม-๓ ขนาด ๐.๕๐ นิ้ว ๖ กระบอก
ลูกระเบิดทำลายหนัก ๒๕๐-๑,๐๐๐ ปอนด์ หรือลูกระเบิดนาปาล์มหนัก ๗๕๐ ปอนด์ ๑ ลูก หรือ
ลูกระเบิดสังหาร ๑๘ ลูก พร้อมทั้งแผงระเบิดหนัก ๕๔๐ ปอนด์ หรือจรวดยิงขนาด ๕ นิ้ว ๑๖ นัด
 
 
 
 
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ก (บ.ข.๑๗ก)
F-86L Sabre
(พ.ศ.๒๕๐๖ - ๒๕๐๙)
 
พ.ศ.๒๕๐๖ กองทัพอากาศ ได้รับเครื่องบินเจ็ตขับไล่สกัดกั้นทุกกาลอากาศ แบบ F-86L จำนวน ๑๗ เครื่อง  จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทางทหาร เป็นเครื่องบินเจ็ตขับไล่ที่มีอานุภาพยิ่งกว่า F-86 (เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗) ที่กองทัพอากาศได้รับมาแล้ว ซึ่งกองทัพอากาศกำหนดแบบเครื่องบินเจ็ตขับไล่สกัดกั้น F-86L นี้ว่า “บ.ข.๑๗ก” เคยประจำการในกองบินน้อยที่ ๑

ประจำการในกองทัพอากาศ : ปี พ.ศ.๒๕๐๖ – ๒๕๐๙
 
ประเภท
ผู้สร้าง
กางปีก
เครื่องยนต์
สูง
ยาว
น้ำหนักบรรทุก
อัตราเร็วสูงสุด
เพดานบน
อัตราเร็วเดินทาง
พิสัยบิน
อาวุธ
ประจำการ


เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
บริษัท นอร์ธอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา
J47-GE-33 with Afterburner ให้แรงขับ ๕,๕๕๐ ปอนด์ จำนวน ๑ เครื่อง
๓๙ ฟุต ๑๑ นิ้ว
๔๐ ฟุต ๓.๖ นิ้ว
๑๕ ฟุต
๑๘,๕๐๐ ปอนด์
๖๔๖ ไมล์/ชม.
๔๕๐ ไมล์/ชม.
๔๘,๐๐๐ ฟุต
๑,๐๒๕ ไมล์
จรวด ๒.๗ นิ้ว จำนวน ๒๔ นัด
พ.ศ.๒๕๐๖ - ๒๕๐๙
 
 

 
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ (บ.ข.๑๘)
Northrop F-5A Freedom Fighter
(พ.ศ.๒๕๑๐ – ๒๕๔๑)
 
กองทัพอากาศ รับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยวแบบ เอฟ-๕เอ (Northrop F-5A Freedom Fighter) จากสหรัฐ ฯ จำนวน ๘ เครื่อง กำหนดชื่อว่า บ.ข.๑๘ (เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘) ต่อมาในปี ๒๕๑๗ ได้รับมอบเพิ่มเติมอีก ๕ เครื่อง
 
ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์

กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักเปล่า  
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด
อัตราเร็วสูงสุด
อัตราไต่
เพดานบิน
พิสัยบิน
อาวุธ

ประจำการ

เครื่องบินขับไล่/ลาดตระเวน ๑ ที่นั่ง
บริษัท นอร์ธรอป แอร์คราฟ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เทอร์โบเจ็ต เยเนอรัล อิเล็กทริก J85-GE-13 ให้แรงขับเครื่องละ ๑,๒๓๓ กก.(๒,๗๒๐ ปอนด์)
และ ๑,๘๕๐ กก. (๔,๐๘๐ ปอนด์) เมื่อใช้สันดาปท้าย
๗.๗๐ เมตร (๒๕ ฟุต ๓ นิ้ว)
๑๔.๓๘ เมตร (๔๗ ฟุต ๒ นิ้ว)
๔.๐๑ เมตร (๑๓ ฟุต ๒ นิ้ว)
๔,๗๑๐ กก. (๑๐,๓๘๐ ปอนด์)
๙,๒๕๐ กก. (๒๐,๓๙๐ ปอนด์)
๑.๔๘ มัค ๑,๕๗๒ กม../ชม. (๙๗๗ ไมล์/ชม.)
๓๓,๐๐๐ ฟุต/นาที
๑๕,๓๙๐ เมตร (๕๕,๐๐๐ ฟุต)
๒,๕๔๓ กม. (๑,๕๘๐ ไมล์)
ปืนใหญ่อากาศ เอ็ม ๓๙ ขนาด ๒๐ มม. ๒ กระบอก
สามารถติดอาวุธได้รวม ๗ ตำบล เป็นน้ำหนัก ๒,๘๑๒ กก. (๖,๒๐๐ ปอนด์)
ได้รับ ๑๘ เครื่อง เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๐๙ ประจำการในฝูงบิน ๑๐๓ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา
และฝูงบิน ๒๓๑ จังหวัดอุดรธานี
 
 
 
 
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ข (บ.ข.๑๘ข)
F-SE Tiger 2
(พ.ศ.๒๕๒๑ – ปัจจุบัน)
 
พ.ศ.๒๕๒๑ กองทัพอากาศ ได้จัดซื้อเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพร้อมจวดนำวิถี อากาศสู่อากาศ แบบ F-SE จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่น ที่นั่งเดียวทุกกาลอากาศ ความเร็วเหนือเสียง กองทัพอากาศ กำหนดแบบเครื่องบิน F-5E ว่า “เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ข (บ.ข.๑๘). เคยประจำการที่กองบิน ๑ กองบิน ๔ และปัจจุบันประจำการที่กองบิน ๒๑ และกองบิน ๗

ประจำการในกองทัพอากาศ : ปี พ.ศ.๒๕๒๑ – ปัจจุบัน
 
ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์

กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักเปล่า  
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด
อัตราเร็วสูงสุด
อัตราไต่  
เพดานบิน
พิสัยบิน
รัศมีทำการรบ
อาวุธ

ประจำการ

เครื่องบินขับไล่ยุทธวิธี ๑ ที่นั่ง
บริษัท นอร์ธรอป แอร์คราฟท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เทอร์โบเจ็ต เยเนอรัล อิเล็กตริก J85-GE-21 ให้แรงขับเครื่องละ ๓,๕๐๐ ปอนด์ และ ๕,๐๐๐ ปอนด์ เมื่อใช้สันดาปท้าย จำนวน ๒ เครื่อง
๘.๑๓ เมตร (๒๖ ฟุต ๘ นิ้ว)
๑๔.๖๘ เมตร (๔๘ ฟุต ๒ นิ้ว)
๔.๐๖ เมตร (๑๓ ฟุต ๔ นิ้ว)
๔,๓๙๒ กก. (๙,๖๘๓ ปอนด์)
๑๑,๑๘๗ กก. (๒๔,๖๖๔ ปอนด์)
๑.๖๓ มัค (๑.๗๐๐ กม./ชม.หรือ ๑,๐๕๖ ไมล์/ชม.)
๓๔,๓๐๐ ฟุต/นาที
๑๕,๗๙๐ เมตร (๕๑,๘๐๐ ฟุต)
๒,๘๖๓ กม. (๑,๗๗๙ ไมล์)
๑,๐๕๖ กม. (๖๕๖ ไมล์) เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็มที่
ปืนใหญ่อากาศ เอ็ม ๓๙ เอ-๒ ขนาด ๒๐ มม. ๒ กระบอก กระสุน ๒๘๐ นัด/กระบอก สามารถติดอาวุธได้
รวม ๗ ตำบล (น้ำหนักรวม ๓,๑๗๕ กก./๗,๐๐๐ ปอนด์)
ได้รับ ๑๓ เครื่อง ในปี พ.ศ.๒๕๒๐ ประจำการในฝูงบิน ๑๐๒ กองบิน ๑ นครราชสีมา
ได้รับอีก ๑๓ เครื่อง ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ ประจำการในฝูงบิน ๔๐๓ กองบิน ๔ ตาคลี

 
 
 
 

เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑ (บ.ล.๑)
Beechcraft C-45 Expediter
(พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๑๔)

 
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑ (บ.ล.๑)
Beechcraft C-45 Expediter
(พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๑๔)

กองทัพอากาศ ได้ซื้อจากสหรัฐ ฯ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จำนวน ๖ เครื่อง ราคาเครื่องละ ๓๒๕,๕๑๕.๖๐ บาท มีชื่อเรียกว่า บ.ล.๑
(เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑)
 

ประเภท                  
ผู้สร้าง                
เครื่องยนต์ 
กางปีก                  
ยาว                      
สูง                        
อัตราเร็วสูงสุด        
อัตราเร็วเดินทาง      
พิสัยบิน                 
เพดานบิน              
น้ำหนักบรรทุก         
ประจำการ              

เครื่องบินลำเลียง ๗-๙ ที่นั่ง
บริษัท บีชแอร์คราฟท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
แพรทแอนด์วิทนีย์ กำลัง ๔๕๐ แรงม้า จำนวน ๑ เครื่อง
๔๗ ฟุต ๗ ๓/๔ นิ้ว
๓๔ ฟุต ๒ ๓/๔ นิ้ว
๙ ฟุต ๔ นิ้ว
๒๓๐ ไมล์/ชม.
๒๑๑ ไมล์/ชม.
๑,๑๒๕ ไมล์
๑,๑๒๕ ไมล์๒๐,๕๐๐ ฟุต
๘,๗๕๐ ปอนด์
พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๕๑๔ จำนวน ๖ เครื่อง เครื่องละ ๓๒๕,๕๑๕.๖๐ บาท
 
 
 
 
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ (บ.ล.๒)
Douglas C-47 Skytrain/Dakota
(พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๓๔)
 
กองทัพอากาศ ซื้อต่อจากกองทัพอากาศอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงเรียกชื่อเล่นตามแบบอังกฤษว่า “ดาโกต้า” (Dakota) กำหนดแบบเป็น บ.ล.๒
(เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒) เข้าประจำการในระหว่างปี ๒๔๙๐ – ๒๔๙๖ จำนวน ๑๔ เครื่อง ต่อมากองทัพอากาศได้รับ บ.ล.๒ จากสหรัฐฯ อีกจำนวนหนึ่ง
เครื่องบินแบบนี้มีประวัติการใช้งานยาวนาน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับสหประชาชาติในสงครามเกาหลีและสงคราม
เวียดนาม รวมทั้งปฏิบัติภารกิจเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง ภารกิจของ บ.ล.๒ ในช่วงสุดท้ายก่อนปลดประจำการคือทำฝนหลวงสนับสนุนโครงการพระราชดำริ
 

ประเภท                
ผู้สร้าง                  
เครื่องยนต์              
กางปีก                  
ยาว                       
สูง                         
น้ำหนักเปล่า            
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด     
อัตราเร็วสูงสุด          
อัตราเร็วเดินทาง       
อัตราไต่                
เพดานบิน               
พิสัยบิน                 

ประจำการ
              

เครื่องบินลำเลียงขนาดเบา (ลำเลียงทหารอาวุธพร้อม ๒๘ คน ผู้โดยสารสูงสุด ๓๖ ที่นั่ง)
บริษัท ดักลาส แอร์คราฟท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ลูกสูบแพรทท์ แอนด์ วิทนีย์ อาร์ ๑๘๓๐ - ๙๒ กำลัง ๑,๒๐๐ แรงม้า จำนวน ๒ เครื่องยนต์
๒๘.๙ ม.         (๙๕ ฟุต)
๑๙.๖๓ ม.       (๑๔ ฟุต ๕ ๑/๒ นิ้ว)
๕.๒ ม.           (๑๖ ฟุต ๑๑ ๑/๒ นิ้ว)
๘,๐๓๐ กก.     (๑๗,๗๒๐ ปอนด์)
๑๔,๐๘๐ กก.   (๓๑,๐๐๐ ปอนด์)
๓๔๖ กม./ชม.  (๒๑๕ ไมล์/ชม.)
๒๙๖ กม./ชม.  (๑๘๕ ไมล์/ชม.)
๕.๔ ม./วินาที   (๑,๐๗๐ ฟุต/นาที)
๗,๓๕๐ ม.       (๒๔,๑๐๐ ฟุต)
๕๖๓ กม. (๓๕๐ ไมล์) เมื่อมีภารบรรทุกสูงสุด ๓,๐๐๐ กก. (๖,๖๒๐ปอนด์),
๒,๔๓๐ กม. (๑,๕๑๐ ไมล์) เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็มที่
พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๓๔
 
 
 
 
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔ (บ.ล.๔)
Fairchild C-123B Provider
(พ.ศ.๒๕๐๗ – ๒๕๓๒)
 
สหรัฐ ฯ มอบเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางแบบ ซี-๑๒๓บี (Fairchild C-123B Provider) ให้จำนวน ๘ เครื่อง กำหนดชื่อว่า บ.ล.๔ (เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔) ต่อมาได้รับเพิ่มเติมอีก ๑๔ เครื่อง
 

ประเภท                  
ผู้สร้าง                    
เครื่องยนต์             
กางปีก                   
ยาว                       
สูง                         
น้ำหนักเปล่า            
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด     
อัตราเร็วสูงสุด         
อัตราเร็วเดินทาง      
อัตราไต่                 
เพดานบิน              
พิสัยบิน                 
                            
ประจำการ          
     

เครื่องบินลำเลียง พิสัยปานกลาง ขึ้นลงระยะสั้น
บริษัท แฟร์ไชล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
แพรทท์แอนด์ วิทนีย์ อาร์-๒,๘๐๐-๙๙ ดับบลิว ให้กำลัง ๒,๕๐๐ แรงม้า จำนวน ๒ เครื่องยนต์
๓๓.๕๕ ม.       (๑๑๐ ฟุต)
๒๓.๒๕ ม.       (๗๖ ฟุต ๓ นิ้ว)
๑๐.๓๘ ม.       (๓๔ ฟุต ๑ นิ้ว)
๑๔,๑๐๐ กก.   (๓๑,๐๕๘ ปอนด์)
๒๗,๒๔๐ กก.   (๖๐,๐๐๐ ปอนด์)
๓๙๒ กม./ชม.  (๒๕๕ ไมล์/ชม.)
๓๐๔ กม./ชม.  (๑๙๐ ไมล์/ชม.) เมื่อใช้กำลังเครื่องยนต์ ๖๑%
๓๕๐ ม./นาที   (๑,๑๕๐ ฟุต/นาที)
๗,๐๑๕ ม.       (๒๓,๐๐๐ ฟุต)
๒,๓๕๐ กม. (๑,๔๗๐ ไมล์) ที่ระยะสูง ๑,๕๒๕ ม. (๕,๐๐๐ ฟุต)
เมื่อมีภาระการบรรทุกสูงสุด และบินด้วยอัตราเร็วเดินทางสูงสุด
พ.ศ.๒๕๐๗ - ๒๕๓๒
 
 
 
 
เครื่องบินตรวจการณ์แบบ ๑ (บ.ต.๑)
Percival Prince III A
(พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๐๓)
 

ประเภท                  
ผู้สร้าง                     
เครื่องยนต์              
กางปีก                    
ยาว                    
สูง                         
น้ำหนักรวม               
อัตราเร็วสูงสุด           
อัตราเร็วเดินทาง         
เพดานบิน                
พิสัยบิน                  
ประจำการ    
        
    

เครื่องบินตรวจการณ์-ถ่ายรูป
บริษัท ฮันติง เปอร์ซิวาล แอร์คราฟท์ จำกัด ประเทศอังกฤษ
อัลวิส ลิโอนิดิส ๕๐๒/๔ กำลัง ๕๕๐ แรงม้า จำนวน ๒ เครื่อง
๑๗.๓ ม.          (๕๖ ฟุต)
๑๓ ม.            (๔๒ ฟุต ๑๐ นิ้ว)
๔.๘ ม.           (๑๖ ฟุต ๑ นิ้ว)
๔,๙๘๙ กก.      (๑๑,๐๐๐ ปอนด์)
๓๕๘ กม./ชม.    (๒๒๓ ไมล์/ชม.)
๒๖๗ กม./ชม.    (๑๖๖ ไมล์/ชม.)
๗,๑๔๐ ม.        (๒๓,๔๐๐ ฟุต)
๑,๖๐๐ กม.      (๑,๐๐๐ ไมล์)
พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๐๓
 
 
 
 
เรดาร์แบบ AN/MPS-11
เรดาร์แบบ AN/FPS-89

 

 

เรดาร์แบบ AN/MPS-11

ผลิตโดยบริษัท GENERAL ELECTRIC (GE) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเรดาร์ค้นหาและแจ้งเตือนระยะไกล แบบ ๒ มิติ คือ ให้ข้อมูล ระยะทางและ
ทิศทางของอากาศยานที่ตรวจพบ รัศมีตรวจการณ์ ๒๐๐ ไมล์ทะเล ย่านความถี่ส่งออกอากาศ ๑,๒๘๐- ๑,๓๕๐ เมกะเฮิรตซ์ กำลังส่งสูงสุด ๑ เมกะวัตต์
กำลังส่งเฉลี่ย ๑.๐๘ กิโลวัตต์ ความแม่นยำด้านระยะทาง +, - ๐.๕ องศา อัตราหมุนของสายอากาศ ๐-๑๐ รอบต่อนาที ปรับเปลี่ยนได้ จานสายอากาศ
พาลาโบลา ขนาดความสูง ๑๔ ฟุต ความยาว ๒๕ ฟุต กองทัพอากาศ จัดหาเรดาร์แบบ AN/MPS-11 ติดตั้งใช้งานที่สถานีเรดาร์ ๖ พิษณุโลก เมื่อปี
พ.ศ.๒๕๐๙, สถานีเรดาร์หาดใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ เพื่อใช้งานในภารกิจค้นหาและแจ้งเตือนซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของระบบป้องกันทางอากาศ

เรดาร์แบบ AN/FPS-89

ผลิตโดยบริษัท BENDIX ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเรดาร์วัดระยะสูงของอากาศยานที่ตรวจพบ วัดระยะสูงได้สูงสุด ๑๐๐,๐๐๐ ฟุต ระยะไกลสุด ๓๐๐
ไมล์ทะเล ย่านความถี่ส่งออกอากาศ ๒,๗๐๐ – ๒,๙๐๐ เมะเฮิรตซ์ กำลังส่งสูงสุด ๔.๕ เม็กกะวัตต์ กำลังส่งเฉลี่ย ๓.๑๕ กิโลวัตต์ ย่านความแม่นยำ
ในการวัดความสูง +, -๓ ไมล์ทะเล อัตราการกระดก ๒๐ – ๓๐ ครั้ง ต่อนาที จานสายอากาศพาลาโบลา ขนาดความสูง ๓๖ ฟุตความยาว ๘.๓ ฟุต
กองทัพอากาศ จัดหาเรดาร์ แบบ AN/FPS-89 ติดตั้งใช้งานที่สถานีเรดาร์ ๔ อุบลราชธานี และสถานีเรดาร์เขาเขียว เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗, สถานีเรดาร์ ๕
อุดรธานี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ เพื่อใช้งานในภารกิจค้นหาและแจ้งเตือน ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของระบบป้องกันทางอากาศ

 
 
 
 
 
ซากเครื่องบินขับไล่แบบ Ki.27 OTSU
 

เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ ชาวประมงพบซากเครื่องบินบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ที่อำเภอหัวไทรจังหวัดนครศรีธรรมราช พบชิ้นส่วนของ
เครื่องบิน เครื่องยนต์ และปืนกลอากาศ แบบวิกเกอร์ ขนาด ๗.๗ มิลลิเมตร (.๓๐ นิ้ว) จำนวน ๒ กระบอก ซึ่งกรมช่างอากาศ ได้ตรวจสอบแล้ว
เป็นเครื่องบินแบบ Ki.27 OTSU ของประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๔๘๔ – ๒๔๘๘)

 
 
 
Contact Web Master:
retrd.wgcdr.sb@hotmail.com