<%@ Page Language="VB" ContentType="text/html" ResponseEncoding="windows-874" %> RTAF Museum
ยินดีต้อนรับ, เปิดทำการ ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น, ทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์), โทร.๐ ๒๕๓๔ ๑๘๕๓
ไปอย่างไร
ไปดูอะไร
เรียนรู้อะไร
ไปซื้ออะไร
ไปกินที่ไหน

 

 
 

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๖ ซึ่งเป็นปีแรกที่พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกิจการการบิน
ไทย โดยทรงตั้งเป็นแผนกการบิน ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชา
ของจเรทหารช่าง ตราบจนกระทั่งได้วิวัฒนาการมาเป็น
“กองทัพอากาศ” นับว่าเป็นเวลานานพอสมควร บรรดา
เครื่องบิน เครื่องยนต์ อุปกรณ์การบิน ตลอดจนเอกสาร
ต่าง ๆ ก็ได้เปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย จนบางสิ่ง
บางอย่างได้เสื่อมสูญหายไปตามกาลเวลา ยากที่อนุชน
รุ่นหลังจะหาดูหรือค้นคว้าศึกษาได้

 

วีรกรรมที่บรรพบุรุษของกองทัพอากาศได้สร้างขึ้นอย่างองอาจกล้าหาญ ด้วยเลือด  ชีวิต ยังยืนยงคงอยู่
ในประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยไม่มีวันลืมเลือน แต่สิ่งที่วีรบุรุษเหล่านั้นได้ใช้ในการประกอบวีรกรรม
นับแต่จะเสื่อมโทรมสูญหายไป จะหาไว้เป็นอนุสรณ์ให้ชนชั้นลูกหลานได้ระลึกถึงก็นับวันจะหายาก
ทั้งยังเป็นการประกาศให้บรรดาชาวโลกทั้งหลายได้ทราบถึงเกียรติคุณของกองทัพอากาศในอดีต ปัจจุบัน
และอนาคตว่า ภารกิจและหน้าที่ซึ่งกองทัพอากาศได้ปฏิบัติไปแล้วนั้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่
ประชาชนชาวไทย ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้เกิดจากสรรพวัตถุทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นองค์ประกอบอันสำคัญ
อันหนึ่งของกองทัพอากาศ

การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕                       

เนื่องด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๕ ให้กระทรวงกลาโหมจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การ
ทหาร (Military Museum) ของทั้ง ๓ กองทัพขึ้น เพื่อจัดเป็นประวัติศาสตร์และแสดงวิวัฒนาการในทาง
การทหารของประเทศไทยในอดีตและปัจจุบัน จึงได้ออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (พิเศษ) ที่ ๕๐/๑๙๔๙๑
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๔๙๕ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การทหาร เพื่อดำเนินการใน
เรื่องนี้ให้เป็นผลสมความมุ่งหมาย

คณะกรรมการตามคำสั่ง กห.(พิเศษ) ที่ ๕๐/๑๙๔๙๑ ประกอบด้วย

 
๑. พล.อ.หลวงเสนาณรงค์ 
๒. พล.ท.จิร  วิชิตสงคราม  
๓. พล.อ.ท.เพิ่ม  ลิมปิสวัสสดิ์
๔. พล.ต.สุรพล  สุรพลพิเชตถ
๕. พล.ร.ต.เอกไชย  อิศรางกูร ณ อยุธยา  ร.น.
๖. พ.อ.ขุนเสนาทิพ    
๗. น.อ.พล  สุวรรณประเทศ ร.น.
๘. พ.อ.เกียรติ  บุรกสิกร   
๙. ผู้แทนกรมศิลปากร

ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการ
ที่ปรึกษาการทหาร เป็นรองประธานกรรมการ
เจ้ากรม ชอ.เป็นประธานกรรมการ
์รองผู้อำนวยการศึกษาและวิจัย สธ.กลาโหม เป็นกรรมการ
เจ้ากรม ยศ.ทร.เป็นกรรมการ
ผบ.รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นกรรมการ
รองเจ้ากรม สพ.เป็นกรรมการ
เสธ.กรมสรรพาวุธ ทบ.เป็นกรรมการ
หลวงบริบาลบุรีภัณฑ ์(ตามที่ได้ตกลงกับกรมศิลปากรแล้ว)
เป็นกรรมการ
 
โดยให้คณะกรรมการนี้มีหน้าที่พิจารณากำหนดโครงการและงบประมาณซึ่งเกี่ยวกับการจัดหาสถานที่
การก่อสร้างอาคาร ตลอดจนการรวบรวมจัดหาบรรดาสรรพสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะนำมาประกอบ การจัดตั้ง
พิพิธภัณฑ์ทหารนี้ขึ้น ด้วยเหตุนี้ทางราชการเห็นเป็นการสมควรที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศขึ้น
ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๙๕  กองทัพอากาศได้ออกคำสั่งกองทัพอากาศ (พิเศษ) ที่ ๒๘๘/๑๘๗๐๙ ลงวันที่
๘ กันยายน ๒๔๙๕ เรื่อง ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (จอมพลอากาศ ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี
เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) และได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการรุ่นแรก มี ๕ ท่าน คือ
 
๑.  พลอากาศโท เพิ่ม  ลิมปิสวัสดิ์  
๒.  พลอากาศตรี หลวงกร  โกสียกาจ  
๓.  พลอากาศตรี เจือ  ปุญยโสนี  
๔.  พลอากาศตรี มนัส  เหมือนทางจีน  
๕.  นาวาอากาศเอก นักรบ  บิณษรี    

เป็นประธานกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
 

มีหน้าที่พิจารณาดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑกองทัพอากาศขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้ได้วางรากฐาน
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ โดยมุ่งหมายจัดหายุทธภัณฑ์และสันติภัณฑ์ทุกประเภท ตามยุคตามสมัย
เป็นลำดับตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เช่น เครื่องบิน เครื่องยนต์ วิทยุ อาวุธ และอุปกรณ์อื่น ๆ มารวบรวมไว้

 

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เหลือเครื่องเดียวในโลก (คอร์แซร์)

เหลือเครื่องเดียวในโลก (ฮอว์ค ๓)

เหลือสองเครื่องในโลก (ตาชิกาวา)

คนไทยออกแบบและสร้าง (บริพัตร)

สถานที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๙๕

ในครั้งแรกได้ใช้โรงงานช่างอากาศที่ ๓ (โรงงานการซ่อม ชอ.โรงสังกะสีแบบแฮงการ์) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของสนามบินดอนเมือง เป็นสถานที่ตั้งแสดงพัสดุ
ุพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ทางกระทรวงกลาโหม มีความประสงค์ที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและเป็นประวัติศาสตร์
ของทหาร โดยได้ตั้งกรรมการประกอบด้วยผู้แทน ๓ เหล่าทัพ พิจารณาดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร ในการนี้กองทัพอากาศ ได้ให้เจ้ากรมช่างอากาศ
(พล.อ.ท.เพิ่ม  ลิมปิสวัสดิ์) เป็นผู้แทนของ ทอ.ไปร่วมประชุม ซึ่งคณะกรรมการได้เสนอของบประมาณค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ประมาณ ๓๐ ล้านบาท
เป็นค่าซื้อที่ดิน ๑๐ ล้านบาท ค่าตกแต่งที่ดิน ๕ ล้านบาท ค่าก่อสร้างอาคารแต่ละกองทัพ ๆ ละ ๕ ล้านบาท กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วเห็นพ้องต้องกับ
คณะกรรมการ จึงได้เสนอเรื่องตามหนังสือกระทรวงกลาโหมที่ ๔๒๐๘/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วแจ้งว่า
ไม่สามารถจะหาเงินมาจ่าให้ได้ในขณะนั้น เนื่องจากเงินของประเทศอยู่ในระยะที่ขาดแคลน อาจจะมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ กระทรวงการคลัง จึงเห็นสมควรที่จะระงับเรื่องนี้ไว้ก่อน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๙๗
เห็นชอบด้วย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหารจึงได้ระงับไว้ก่อน

 
การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ - ๒๕๐๒

ในปี พ.ศ.๒๕๐๑ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๘๖/๐๑ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๐๑ เรื่องให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
(สมัยจอมพลอากาศ เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) ได้จัดตั้งกรรมการขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง เพื่อดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
กองทัพอากาศจากชุดก่อนคือ

 
๑. พล.อ.ท.เพิ่ม  ลิมปิสวัสดิ์ 
๒. พล.อ.ต.เจือ  ปุญยโสนี  
๓. พล.อ.ต.สวน  สุขเสริม
๔. พล.อ.ต.พิชิต  บุญยเสนา 
๕. น.อ.เอกชัย  มุสิกบุตร  
๖.  น.อ.วิทย์  แก้วสถิตย์    
๗. น.อ.วีระ  อุมนานนท์ 

เป็นประธานกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
 

คณะกรรมการได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ซึ่งกำหนดไว้ทำนองเดียวกันกับคำสั่ง ทอ. (พิเศษ) ที่ ๒๘๘/๑๘๗๐๙ คณะกรรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการ
ขอสถานที่โรงเก็บกระสุนวัตถุระเบิดของกรมสรรพวุธทหารอากาศ ซึ่งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์อีก ๑ โรง เพื่อใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์เพิ่มเติม เพราะรวบรวม
พัสดุพิพิธภัณฑ์ได้มากขึ้น และผู้บัญชาการทหารอากาศได้อนุมัติแล้วในด้านการจัดหาวัสดุพิพิธภัณฑ์ คณะกรรมการได้ขอความร่วมมือจากส่วนราชการ
ต่าง ๆ ที่มีวัสดุพิพิธภัณฑ์ ให้ทำบัญชีรายงานวัสดุซึ่งมีทั้ง วัสดุจริง ภาพถ่าย ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ พร้อมทั้งประวัติ แบบ ชนิด สมรรถนะ ซื่อบริษัทผู้ผลิต
หรือสั่งซื้อ ปีที่ประจำการ ชื่อผู้บริจาค ให้แก่กองทัพอากาศ ราคาและอื่น ๆ และรวบรวมวัสดุเอกสารเหล่านั้นไว้ก่อน เมื่อมีสถานที่เก็บแล้วทางพิพิธภัณฑ์
จึงจะขอรับมาเก็บต่อไป การดำเนินการพิพิธภัณฑ์ในระยะนี้ฝากให้อยู่ในความดูแลของกรมช่างอากาศ

 
การโอนกิจการพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ

ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งที่ ๒๐๐๒๕/๐๒ ให้โอนสถานที่และพัสดุพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไปขึ้นอยู่กับ แผนกตำนานและสถิติ
กองเสมียนตรา กรมสารบรรณทหารอากาศ ซึ่ง จอมพลอากาศ เฉลิมเกียรติ  วัฒนางกูร อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มาทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์

 
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ได้รับความสนใจ

กิจการพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศได้เจริญขึ้นตามลำดับ ได้มีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในวันสำคัญของทางราชการ เช่น วันเด็ก
วันกองทัพไทย วันแสดงกิจการบิน กองทัพอากาศ ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม ปรากฏว่าได้รับความสนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
นับว่าได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการเป็นอย่างยิ่ง                      

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ นอกจากเป็นที่รวบรวมพัสดุพิพิธภัณฑ์อันหาค่าเปรียบมิได้ในทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังได้มีโอกาสอันสำคัญในการช่วย
เชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ กล่าวคือ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนประเทศ
สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๓ นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้า วชิราลงกรณ์ (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์) ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องบินเมืองแคลร์มอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย หัวหน้าพนักงานผู้รักษาพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น
ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายพระบรมฉายาลักษณ์และสมุดภาพเครื่องบินต่าง ๆ พร้อมกับทูลขอพระราชทานเครื่องบินแบบ สปิตไฟร์ ซึ่งกองทัพอากาศไทย
เคยมีไว้ประจำการ ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์เมืองแคลร์มอนต์ เนื่องจากได้ทราบว่ามีเครื่องบินชนิดนี้เก็บไว้ที่จังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยหลายแห่ง
สำนักเลขาธิการได้ติดต่อผ่านกระทรวงกลาโหม สอบถามมายังกองทัพอากาศว่ามีพอจัดให้ได้หรือไม่ กองทัพอากาศแจ้งไปว่าเครื่องแบบนี้ได้ปลด
ประจำการแล้ว มีเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ พร้อมที่จะมอบให้ ๑ เครื่อง เป็นชนิดไม่ติดอาวุธและอยู่ในสภาพเรียบร้อย การอนุมัติอยู่ใน
อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้อนุมัติและนำทูลเกล้าถวายเพื่อพระราชทานแก่พิพิธภัณฑ์เครื่องบินเมืองแคลร์มอนต์ต่อไป นับว่า
ได้สนองฝ่าละอองธุรีพระบาทล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในการเผยแพร่เกียรติคุณ และขื่อเสียงของชาติไทยในต่างแดนอีกด้วย

 
การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๕

ในปี พ.ศ.๒๕๐๕ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๑๓/๐๕ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงและ
ขยายกิจการพิพิธภัณฑ์ ทอ.(พล.อ.อ.บุญชู จันทรุเบกษา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) ต่อจากกรรมการชุดก่อน คณะกรรมการตามคำสั่งนี้ประกอบด้วย

 
๑.  จก.ยศ.ทอ.      
๒.  จก.ส.ทอ.     
๓.  จก.สพ.ทอ.  
๔.  จก.พธ.ทอ.     
๕.  จก.ชย.ทอ.        
๖.  จก.สบ.ทอ. 
๗.  รอง จก.ชอ.    
๘.  พล.อ.ต.สดับ  ธีระบุตร    
๙.  พล.อ.ต.ชูศักดิ์  ชุติวงศ์   
๑๐.  หก.สม.สบ.ทอ. 

เป็นประธานกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการ
เป็นกรรมการและเลขานุการ
 

โดยให้ ผช.เสธ.ทอ.ฝ่ายยุทธบริการ เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดใหม่นี้ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ในหลักใหญ่
๒ ประการ คือ

๑. วางแผนและดำเนินการทั้งปวงในอันที่จะปรับปรุงและขยายกิจการพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ให้เหมาะสมและทันสมัย
๒. จัดหายุทธภัณฑ์ สันติภัณฑ์ทุกประเภท ตามลำดับตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
สถานที่เก็บรักษาและตั้งแสดงคงใช้โรงงานการซ่อม ชอ.ตามเดิม ต่อมาในปี ๒๕๐๙ ได้
รับมอบอาคารเพิ่มเติมอีก ๔ หลัง ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน

 
สถานที่อาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ พ.ศ.๒๕๑๒

ด้วยกองทัพอากาศมีความจำเป็นต้องมอบพื้นที่บริเวณที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์เดิม (โรงงานกรมช่างอากาศที่ ๓) ให้ใช้ประโยชน์ในกิจการบิน
พาณิชย์ กองทัพอากาศจึงได้พิจารณาสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ใหม่ ตั้งอยู่ด้านขวาของถนนพหลโยธิน (เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ) ห่างจากกรุงเทพ ฯ
(อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร และเยื้องกับโรงเรียนนายเรืออากาศ ได้เริ่มสร้างเมื่อ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๑ แล้วเสร็จเมื่อ วันที่
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๖,๖๓๕,๐๐๐.- บาท (หกล้านหกแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) และได้ทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่
๒๙ มกราคม ๒๕๑๒ ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 
 
 
Contact Web Master:
retrd.wgcdr.sb@hotmail.com