<%@ Page Language="VB" ContentType="text/html" ResponseEncoding="windows-874" %> RTAF Museum
ยินดีต้อนรับ, เปิดทำการ ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น, ทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์), โทร.๐ ๒๕๓๔ ๑๘๕๓
ไปอย่างไร
ไปดูอะไร
เรียนรู้อะไร
ไปซื้ออะไร
ไปกินที่ไหน
 
 
อาคาร ๒

จัดแสดงอากาศยานที่หาดูได้ยาก
และนิทรรศการชั่วคราว

 
 
 
บ.จ.๑ (Corsair V-93s)  


เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑ (บ.จ.๑)
Corsair V-93S
(พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๙๓)

เหลือเครื่องเดียวในโลก


 
 
 

เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๔๗๖ กองทัพอากาศ ซื้อเครื่องบินลาดตระเวน/โจมตีแบบคอร์แซร์ (Vought V-93S
Corsair) จากสหรัฐ ฯ ๑๒ เครื่อง ราคา ๒๔๐,๑๕๖ ดอลลาร์ และสิทธิบัตรการสร้างอีก ๙,๙๐๐ ดอลลาร์
ในปี ๒๔๗๗ เครื่องบินคอร์แซร์ เดินทางถึงประเทศไทย และกำหนดชื่อว่า บ.จ.๑ (เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑)
   ในปี ๒๔๗๙ กรมอากาศยาน ได้สร้างเครื่องบินคอร์แซร์ จำนวน ๒๕ เครื่อง
   ในปี ๒๔๘๐ ได้สร้างขึ้นอีก จำนวน ๒๕ เครื่อง
   ในปี ๒๔๘๓ ได้สร้างขึ้นขึ้นอีก ๕๐ เครื่อง
   คอร์แซร์ เป็นเครื่องบินที่มีบทบาทการสู้รบทางอากาศครั้งแรกของไทย เคยประจำการที่ กองบินน้อยที่ ๑,
กองบินน้อยที่ ๒ และ รร.การบิน
    ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๙๓

ภารกิจและบทบาทของ บ.จ.๑ (คอร์แซร์)
    ๑. ทำการบินถ่ายภาพแผนที่ทางอากาศ
    ๒. ร่วมแสดงการบิน ครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑ โดยแสดงการยิงเป้าในอากาศ บินตรวจการณ์
ยิงเป้าพื้นดิน การขึ้นสู่อากาศ การแปรขบวน
    ๓. ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔
         ๓.๑ เมื่อ ๑๐ ธ.ค.๒๔๘๓ น.ต.ศานิต นวลมณี ได้นำ บ.จ.๑ บินจากสนามบินอุดรธานี
ไปปฏิบัติภารกิจตามคำสั่ง ขณะเข้าโจมตี ถูกยิงจากปืนกลพื้นดินถังน้ำมันทะลุไฟไหม้ บ. น.ต.ศานิต ฯ
ถูกยิงที่หัวเข่าจึงต้องโดดร่ม แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้ถึงแก่กรรม ใน ๒๓ ธ.ค.๒๔๘๓
ส่วนพลปืนหลัง (ร.ท.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์) ถึงแก่กรรมทันที
        ๓.๒ เมื่อ ๑๗ ม.ค.๒๔๘๓ นักบินนำ บ.จ.๑ (Corsair) ๑ หมู่ (๒ เครื่อง) จากสนามบินเนินพลอยแหวน
จ.จันทบุรี เข้าโจมตีทิ้งระเบิดเรือลามอตจ์ปิเกต์ กลางทะเลลึกบริเวณเกาะช้าง แต่ลูกระเบิดพลาดเป้าหมาย
ตกท้ายเรือ และลูกระเบิดด้านไม่ระเบิด ขณะเดียวกันปืนจากเรือข้าศึกได้ยิงต่อสู้อย่างหนาแน่น จึงทำให้
ไม่สามารถทำลายเรือลามอตต์ปิเกต์ได้

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์
กางปีก
ยาว
สูง
อัตราเร็วสูงสุด
น้ำหนักรวม
อัตราเร็วเดินทาง
เพดานบิน
พิสัยบิน
อาวุธ


ประจำการ

เครื่องบินโจมตี ๒ ที่นั่ง ปีก ๒ ชั้น
บริษัท Vought ประเทศสหรัฐอเมริกา
แพรต แอนด์ วิทนีย์ ฮอร์เนต เอส-๕-อี ๗๔๕ แรงม้า ๑ เครื่อง
๓๖ ฟุต
๒๗ ฟุต ๓ นิ้ว
๑๐ ฟุต ๕ ๑/๒ นิ้ว
๑๙๑ ไมล์/ชม.
๔,๖๑๗ ปอนด์
๑๕๐ ไมล์/ชม.
๒๓,๗๐๐ ฟุต
๗๓๖ ไมล์
ปืนหน้าแบบวิคเกอร์ ขนาด ๘ มม. ๔ กระบอก
ปืนหลังแบบวิคเกอร์ ขนาด ๘ มม. ๑ กระบอก
ลูกระเบิดติดใต้ปีก
พ.ศ.๒๔๗๗-๒๔๙๓
 
 
 
บ.ข.๑๐ (Hawk 3)  


เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๐ (บ.ข.๑๐)
Curtiss Hawk 3
(พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒)

เหลือเครื่องเดียวในโลก

 

บ.ข.๑๐ ฮอว์ค ๓ (Hawk 3)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เป็น บ.ที่ดัดแปลงมาจาก บ.ประจำเรือบรรทุกอากาศยาน แบบ
BF 2C-1 โดยดัดแปลงให้พับฐานล้อได้ เคยเข้าประจำการที่ กองบินน้อยที่ ๑, กองบินน้อยที่ ๔,
กองบินน้อยที่ ๕ และ รร.การบิน

   
ปี พ.ศ.๒๔๗๘ ทอ.ซื้อ บ.ข.๑๐ (Hawk 3) และกรรมสิทธิ์การสร้างจากประเทศสหรัฐ ฯ จำนวน ๑๒ เครื่อง
    ปี พ.ศ.๒๔๘๐ ทอ.สร้างใช้ในราชการ จำนวน ๒๕ เครื่อง
    ปี พ.ศ.๒๔๘๒ ทอ.สร้างอีก ๒๕ เครื่อง รวมมี บ.ข.๑๐ จำนวน ๖๒ เครื่อง
    ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒

บทบาท บ.ข.๑๐ (Hawk 3)


    ๑. บินแสดงการฝึกยิงเป้าในอากาศ, การรบในอากาศ, บินผาดแผลง, บินดำทิ้งระเบิด, ยิงเป้าพื้นดิน
การป้องกันภัยทางอากาศให้ประชาชน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑
    ๒. กรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔
บ.ข.๑๐ (Hawk 3) เป็น บ.ที่มีสมรรถนะดีที่สุดของ ทอ.ปฏิบัติการรบคู่กับ บ.จ.๑ (Corsair) นอกจากนี้ยังปฏิบัติการ ร่วมรบกับกองทัพเรือโดยประจำการอยู่ ณ สนามบินเนินพลอยแหวน จ.จันทบุรี
    ๓. ในสงครามโลก ครั้งที่ ๒
          เมื่อ ๘ ธ.ค.๒๔๘๔ เหนือสนามบินวัฒนานคร นักบินได้นำ บ.ข.๑๐ (Hawk 3) จำนวน ๓ เครื่อง
ทำการต่อสู้กับ บ.เชนโตกิของญี่ปุ่น จำนวน ๒๑ เครื่อง ซึ่ง บ.ข.๑๐ ของไทย เสียเปรียบทั้งด้านความเร็ว
สมรรถนะ และระยะสูง ในที่สุดถูกยิงตกนักบินทั้งสามเสียชีวิต

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์
กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักรวม
อัตราเร็วสูงสุด
เพดานบิน
พิสัยบิน
อาวุธ


ประจำการ

เครื่องบินขับไล่ปีก ๒ ชั้น ๑ ที่นั่ง
บริษัท เคอร์ติส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ลูกสูบรูปดาว ไรท์ ไซโคลน อาร์-๑๘๒๐-เอฟ-๕๓ ๗๕๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
๙.๖๐ เมตร (๓๐ ฟุต ๖ นิ้ว)
๗.๑๖ เมตร (๒๓ ฟุต ๖ นิ้ว)
๓.๐๒ เมตร (๙ ฟุต ๑๑ นิ้ว)
๑,๙๔๓ กก. (๔,๓๑๗ ปอนด์)
๓๓๕ กม./ชม. (๒๑๑ ไมล์/ชม.) ที่ระยะสูง ๑๒,๕๐๐ ฟุต
๗,๘๔๓ เมตร (๒๕,๘๐๐ ฟุต)
๙๒๐ กม. (๕๗๕ ไมล์)
ปืนกลอากาศขนาด ๐.๓๐ นิ้ว (๗.๖๒ มม.) จำนวน ๒ กระบอก
ลูกระเบิดขนาด ๕๓.๖ กก. (๑๑๖ ปอนด์) ใต้ปีกจำนวน ๔ ลูก
ลูกระเบิดขนาด ๒๑๕ กก. (๔๗๔ ปอนด์) ใต้ลำตัวจำนวน ๑ ลูก
พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒
 
 
 
บ.ฝ.๖ (Tachikawa)  


เครื่องบินฝึกแบบที่ ๖ (บ.ฝ.๖)
Tachikawa
(พ.ศ.๒๔๘๕ - ๒๔๙๓)

เหลือสองเครื่องในโลก

 

บ.ฝ.๖ ทาชิกาวา (Tachikawa)

   
เนื่องจากรัฐบาลไทยเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลญี่ปุ่น ในสงครามมหาเอเชียบูรพา อะไหล่ของ เครื่องบินฝึกแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมขาดแคลนทำการบินไม่ได้ ทอ.จึงได้ซื้อ บ.ทาชิกาวา (บ.ฝ.๖) จากประเทศญี่ปุ่น มาใช้ในการฝึกศิษย์การบินชั้นมัธยม เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ เคยประจำการใน
กองบินน้อยที่ ๒ , รร.การบิน และกองบินน้อยที่ ๔

   
ประจำการใน ทอ. พ.ศ.๒๔๘๕ - ๒๔๙๓ ปัจจุบันเป็น บ.ที่เหลือ ๑ ใน ๒ ของโลก

ปัจจุบัน เหลือสองเครื่องในโลก อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ ๑ เครื่อง
ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศจีนอีก ๑ เครื่อง

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต์
กางปีก
สูง
ยาว
น้ำหนักรวม
อัตราเร็วสูงสุด
อัตราเร็วเดินทาง
พิสัยบิน
ประจำการ


เครื่องบินฝึก ๒ ที่นั่ง
บริษัท ตาชิกาวา ประเทศญี่ปุ่น
คาวาซากิ ๔๕๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
๔๐ ฟุต
๒๗ ฟุต ๔ ๑/๒ นิ้ว
๙ ฟุต ๔ นิ้ว
๔,๒๕๒ ปอนด์
๑๗๑ ไมล์/ชม.
๑๓๗.๕ ไมล์/ชม.
๖๑๘ ไมล์
พ.ศ.๒๔๘๕ - ๒๔๙๓
 
 
 
บ.ท.๑ (Breguet)  


เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบที่ ๑ (บ.ท.๑)
Breguet
(พ.ศ.๒๔๖๒ - ๒๔๘๐)

เป็นเครื่องบินพยาบาล
และขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์
ทางอากาศเป็นครั้งแรก

 

บ.ท.๑ เบรเกต์ (Breguet)
    พ.ศ.๒๔๖๒
กองทัพอากาศ ซื้อเครื่องบินทิ้งระเบิด แบบที่ ๑ (Breguet 14A2,14B2) จากประเทศฝรั่งเศส
เคยประจำการใน รร.การบิน, กองบินน้อยที่ ๑, กองบินน้อยที่ ๒, กองบินน้อยที่ ๓, กองบินน้อยที่ ๔ และ
กองบินน้อยที่ ๕

    ประจำการใน ทอ.
พ.ศ.๒๔๖๒ - ๒๔๘๐
    หมายเหตุ บ.เบรเกต์ ที่ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ ทอ.เป็น บ.จำลองของสมาคม "Amicale J.B.Sales"
ประเทศฝรั่งเศส เป็น บ.ที่จำลองมาจากของจริง ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยบางชิ้นกับ บ.
เพื่อความปลอดภัยในการบิน ส่วนเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เดิมของ บ.รุ่นนี้ ทางสมาคมได้แลกเปลี่ยนกับ
บ.ข.๑๕ (แบร์แคท) เมื่อปี ๒๕๒๙

ภารกิจและบทบาทของ บ.เบรเกต์ ที่เคยประจำการใน ทอ.(ตั้งแต่ปี ๒๔๖๒ - ๒๔๘๐)
    ๑. ทำการบินขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อ ๑๗ ก.พ.๒๔๖๒ โดยนำถุงไปรษณีย์สนาม ๒ ถุง ส่งไปยัง สนามบินเนินพลอยแหวน จ.จันทบุรี
    ๒. บินไปอวดธงในต่างประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อ ๒๒ ต.ค.๒๔๖๕ โดยรัฐบาลได้มอบให้กรมอากาศยาน
ส่งเครื่องบินเบรเกต์ เดินทางไปเยือนอินโดจีนฝรั่งเศส และเป็นผู้แทนรัฐบาลร่วมในพิธี วางพวงมาลา
ที่อนุสาวรีย์ทหารฝรั่งเศสที่เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ณ เมืองไฮฟอง
    ๓. ทำการบินพยาบาล เมื่อปี ๒๔๖๔ เจ้านายและประชาชนได้ร่วมใจกันบริจาคเงินซื้อเครื่องบิน
ให้แก่ราชการ (กรมอากาศยาน) สมเด็จพระปิตุฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงชักชวน
พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในออกเงินซื้อเครื่องบินที่มีชื่อว่า "ขัติยะนารี ๑" ใช้เป็นเครื่องบินพยาบาล
บรรทุกผู้โดยสารได้ ๔ คน และบรรทุกผู้บาดเจ็บอาการหนักได้ ๒ คน
    ๔. ทำการบินถ่ายภาพแผนที่ทางอากาศ

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต
กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักเปล่า
อัตราเร็วสูงสุด
เพดานบิน
บินได้นาน
อาวุธ

ประจำการ


เครื่องบินทิ้งระเบิด ๒ ที่นั่ง ปีก ๒ ชั้น
S.A. des Ateliers d'Aviation Louis Breguet ประเทศฝรั่งเศส
Renault 12Fcx 12-cylinder liquid-cooled inline V.300 hp
๑๔.๓๖ ม. (๔๗ ฟุต ๑.๒๕ นิ้ว)
๘.๘๗ ม. (๒๓ ฟุต ๑.๒๕ นิ้ว)
๓.๓ ม. (๑๐ ฟุต ๑๐ นิ้ว)
๑,๗๖๕ กก. (๓,๘๙๒ ปอนด์)
๑๐๐ ไมล์/ชม. ที่ ๖,๕๖๐ ฟุต (๒,๐๐๐ ม.)
๕,๘๐๐ ม. (๑๙,๐๓๐ ฟุต)
๒ ชม. ๔๕ นาที
ติดปืนกล ๒-๓ กระบอก ลูกระเบิดขนาด ๖๖๑ ปอนด์ (๓๐๐ กก.)
พ.ศ.๒๔๖๒ - ๒๔๘๐
 
 
 
บ.ข.๑๑ (Hawk 75)  
เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๑ (บ.ข.๑๑)
Hawk 75
(พ.ศ.๒๔๘๐ - ๒๔๙๒)
 

บ.ข.๑๑ ฮอว์ค ๗๕ (Hawk 75)
    พ.ศ.๒๔๘๐
ทอ.ได้ชื้อ เครื่องบินขับไล่ แบบที่ ๑๑ (Hawk 75) จำนวน ๑๒ เครื่อง เคยประจำการใน กองบินน้อยที่ ๑ และกองบิน ๔
   
เมื่อ ๑๐ ม.ค. ๒๔๘๔ ระหว่างเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนของฝรั่งเศส บ.ข.๑๑ ประจำที่ฝูงขับไล่ที่ ๖๑ กองบินน้อยที่ ๖ (กองบิน ๑ ฝูงบิน ๑) พ.อ.อ.ทองคำ เปล่งขำ (ยศครั้งสุดท้าย คือ น.ท.คำรบ เปล่งขำ) ปฏิบัติภารกิจขึ้นบินคุ้มกัน บ.ทิ้งระเบิด ที่จะไปปฏิบัติภารกิจที่สนามบินนครวัด บ.ขับไล่ของข้าศึกเข้าขัดขวางและได้ยิง
บ.ข้าศึกตก ๑ เครื่อง ทำให้ฝ่ายไทยสามารถเข้าปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ

   
ประจำการใน ทอ. พ.ศ.๒๔๘๐ - ๒๔๙๒

 

ประเภท
ผู้สร้าง
เครื่องยนต
กางปีก
ยาว
สูง
น้ำหนักรวม
อัตราเร็วสูงสุด
อัตราเร็วเดินทาง
เพดานบิน
พิสัยบิน
อาวุธ



ประจำการ


เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
บริษัท เคอร์ติส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ไรท์ไซโคลน R-1821-G-3 ๘๔๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
๓๗ ฟุต ๖ ๑/๒ นิ้ว
๒๘ ฟุต ๑๐ นิ้ว
๙ ฟุต ๖ ๒/๕ นิ้ว
๔,๑๔๓ ปอนด์
๒๗๒ ไมล์/ชม.
๒๔๒ ไมล์/ชม.
๓๑,๘๐๐ ฟุต
๑,๒๑๐ ไมล์
ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๓๐ นิ้ว (๗.๖๒ มม.) ๑ กระบอก ยิงลอดวงใบพัด
ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๕๐ นิ้ว (๑๒.๗ มม.) ๑ กระบอก ยิงลอดวงใบพัด
ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๓๐ นิ้ว (๗.๖๒ มม.) ๒ กระบอก ที่ใต้ปีก
ลูกระเบิดหนัก ๑๓๖ กก. (๓๐๐ ปอนด์) ติดตั้งที่ใต้ปีก
พ.ศ.๒๔๘๐ - ๒๔๙๒ (กองทัพอากาศสั่งซื้อ จำนวน ๒๕ เครื่อง)
 
 
 
สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๑  
สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๑
(บรรจุ บ.ข.๑๑ ฮอว์ค ๗๕)
เป็นรูปสุครีพสีเสน


ตามคำสั่งกองทัพอากาศที่ ๑๐๐/๔๐๒๒
ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๘๒
 
 

สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๒
(บรรจุ บ.จ.๑ คอร์แซร์)
เป็นรูปองคตสีเขียว

ตามคำสั่งกองทัพอากาศที่ ๑๐๐/๔๐๒๒
ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๘๒

 
 

สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๓
(บรรจุ บ.ฝ.๕ คอร์แซร์)
เป็นรูปนิลพัตรสีน้ำรัก

ตามคำสั่งกองทัพอากาศที่ ๑๐๐/๔๐๒๒
ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๘๒


 
 

สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๔
(บรรจุ บ.ข.๑๐ ฮอว์ค ๓)
เป็นรูปหนุมานสีขาว

ตามคำสั่งกองทัพอากาศที่ ๑๐๐/๔๐๒๒
ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๘๒

 
 

สัญลักษณ์กองบินน้อยที่ ๕
(บรรจุ บ.ข.๑๐ ฮอว์ค ๓)
เป็นรูปชามภูวราชสีชมพู

ตามคำสั่งกองทัพอากาศที่ ๑๐๐/๔๐๒๒
ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๘๒

 
 
กล้องถ่ายภาพทางอากาศ
 
 
 
 

ประวัติเครื่องร่อน

เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ ประเทศไทยในขณะนั้นยังเรียกว่า ประเทศสยาม
ได้จัดการประกวดนางสาวสยามขึ้น และนางสาวกันยา เทียนสว่าง
ได้รับตำแหน่งนางสาวสยามเป็นคนแรก ประกวดกันในงาน
ฉลองรัฐธรรมนูญที่วังสราญรมย์ และได้มีการประกวดติดต่อกันมา
จนถึงสมัยของนางสาววงเดือน ภูมิรัตน์ ได้เป็นนางสาวสยาม

 

รัฐบาลญี่ปุ่นได้เชิญนางสาววงเดือน ภูมิรัตน์ ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และได้มอบเครื่องร่อน ๒ เครื่อง
ในนามของประชาชนญี่ปุ่น ให้แก่นางสาววงเดือน ฯ ในนามของประชาชนไทย ซึ่งได้นำเครื่องร่อนทั้ง ๒
เครื่องมาเก็บไว้ที่กรมช่างอากาศ บางซื่อ ให้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า ล่องลม และลิ่วลม

ล่องลม ลำตัวบุด้วยไม้อัดทาสีเหลือง ปีกบุด้วยผ้าสีเหลือง นักร่อนเข้านั่งบนที่นั่งในลำตัวมีเข็มขัดรัดตัว
ส่วนลิ่วลม เป็นโครงโปร่งมีแต่แกนลำตัวและที่นั่งนักร่อนพร้อมด้วยเข็มขัดรัดตัวเท่านั้น ปีกบุด้วยผ้าเช่นกัน

เครื่องร่อน ๒ เครื่องนี้ ได้เคยนำไปทดลองร่อนที่สนามบินกองบินน้อยที่ ๑ เดิม ทางด้านใต้ของสนามบิน
ปัจจุบันนี้ โดยใช้รถบรรทุกลากไป และใช้ปลายมีห่วงเกี่ยวกับขอเกี่ยวของหัวเครื่องร่อน เครื่องร่อน
บินไปสูงจากพื้น ๑๐๐ ฟุต และร่อนในอากาศได้นานพอสมควร

เครื่องร่อน ๒ เครื่องนี้ ได้นำมาเก็บไว้ที่คลังพัสดุช่างอากาศ ต่อมาได้มีการจัดคลังใหม่ เครื่องร่อนทั้ง
๒ เครื่อง เกือบจะถูกนำไปทิ้งเพราะไม่มีใครทราบ ผู้ที่รู้จึงแนะนำให้เก็บเอาไว้ก่อน และต่อมาจึงได้
ส่งไปเข้าพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศเดิม ที่ดอนเมือง ซึ่งเป็นโรงงานการซ่อมเก่า อยู่ด้านริมทางรถไฟ
และต่อมาเมื่อย้ายพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ มาอยู่ฝั่งตรงข้ามด้านถนนพหลโยธิน เจ้าหน้าที่จึงได้นำ
เครื่องร่อนทั้ง ๒ เครื่องนี้มาด้วย

เครื่องร่อนมีลำตัวนั้น มีเครื่องวัดสูงและเครื่องวัดเลี้ยวเอง และเครื่องวัดเร็วอยู่ด้วย ต่อมามีผู้สร้าง
เครื่องร่อนขึ้นอีกเครื่องหนึ่ง โดยนาวาอากาศตรี อยู่ ทองเวช แต่ยังไม่เสร็จและยังไม่ได้ทดลอง
ผู้สร้างได้ย้ายไปรับราชการที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสียก่อน เครื่องร่อน ๒ เครื่องนี้
พระองค์เจ้าพีระพงษ์ภานุเดช เคยทรงมาขอดูด้วย

 
 

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เสด็จฯ พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ, ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

เหลือเครื่องเดียวในโลก (คอร์แซร์)

เหลือเครื่องเดียวในโลก (ฮอว์ค ๓)

เหลือสองเครื่องในโลก (ตาชิกาวา)

คนไทยออกแบบและสร้าง (บริพัตร)

 

 
Contact Web Master:
retrd.wgcdr.sb@hotmail.com